Home
ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
About Gallery The Foundation Bua Luang Painting Special Thanks Shop & Cafe Visit Us
ก.ค. - 2551
วันนี้ 24 กรกฎาคม 2551
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
30 31 1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31 1 2






For more information, click here.

ประวัติความเป็นมาของมูลนิธิหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

มูลนิธิหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (The Queen's Gallery) เป็นโครงการพระราชดำริ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระนามาภิไธยเป็นชื่อของหอศิลป์ฯ อันนับเป็นสิริมงคลยิ่งแก่เหล่าศิลปินผู้สร้างสรรค์งานจิตรกรรมดีเด่น ที่จะมีสถานที่เหมาะสมงดงาม สำหรับการจัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และวิจิตรศิลป์ ให้เป็นที่ประจักษ์ในความสามารถ โดยเฉพาะผลงานดีเด่นของศิลปินไทยรุ่นใหม่ ตลอดจน ผลงานของอาจารย์และศิลปินไทยที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ

แต่เดิมมาสถานที่ตั้งอาคารมูลนิธิหอศิลป์ฯ แห่งนี้ คือที่ทำการของธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานผ่านฟ้า และศูนย์สังคีตศิลป์ ที่ธนาคารและมูลนิธิธนาคารกรุงเทพใช้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย และเป็นที่จัดนิทรรศการแสดงผลงานจิตรกรรมของผู้ได้รับรางวัล “จิตรกรรมบัวหลวง” ซึ่งมูลนิธิธนาคารกรุงเทพจัดประกวดเป็นประจำทุกปีมาถึง 25 ปีแล้วด้วยเจตจำนงส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานระดับวิจิตรศิลป์ และสนับสนุนให้เกิดพัฒนาการที่เป็นความก้าวหน้าของศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อสืบสานและส่งเสริมไว้ให้เป็นมรดกอันทรงคุณค่าของชาติในอนาคต “รางวัลจิตรกรรมบัวหลวง” จึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่จิตรกร ทั่วประเทศ ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้บังเกิดจิตรกรฝีมือดีเพิ่มขึ้นตลอดมาทุกปี

สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะทรงฟื้นฟูงานหัตถศิลป์ ตามแนวทางที่ทรงสนับสนุนงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ด้วยทรงเห็นว่าศิลปวัฒนธรรมเป็นรากฐานที่เป็นเครื่องบ่งชี้ความเป็นชาติไทย และทรงมีพระราชดำริว่า ชาวไทยส่วนใหญ่มีศิลปนิสัยในวิชาช่างศิลป์อันประณีตละเอียดอ่อนอยู่แล้ว จึงทรงดำเนินการเพื่ออนุรักษ์และสืบสานงานศิลป์แขนงต่างๆ เพื่อเสริมสร้างช่างฝีมือและช่างศิลปไทยให้มีพัฒนาการยิ่งขึ้น

“โครงการปักผ้าไหม” เป็นหนึ่งในงานหัตถศิลป์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่ทรงให้ความสำคัญอย่างมาก ได้พระราชทานคำแนะนำและทรงจัดหาช่างฝีมือมาฝึกสอนชาวบ้าน โดยเฉพาะในท้องถิ่นภาคใต้ให้หันมาปักภาพจิตรกรรมบนผ้าไหม เพื่อให้ได้ภาพปักผ้าไหมที่ประณีตงดงาม ซึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้มีผลงานปักที่ก้าวหน้า นอกจากความวิจิตรของการปักแล้ว ยังอยู่ที่ช่างปักผ้าจะต้องมีต้นแบบภาพจิตรกรรม ที่เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินที่เป็นจิตรกรฝีมือดี สำหรับนำไปใช้ในงานปักผ้าไหมโดยตรง จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ ให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการศิลปทั้งหลายช่วยกันเสาะแสวงหาภาพจิตรกรรมไทยประเภทต่าง ๆ จากฝีมือจิตรกรรุ่นใหม่ สำหรับเป็นภาพต้นแบบปักของโครงการต่อไป

มูลนิธิธนาคารกรุงเทพในฐานะที่ได้ทำงานด้านนี้มานาน จึงได้รับสนองพระราชเสาวนีย์จัดทำโครงการ “ประกวดจิตรกรรมบัวหลวง เพื่อมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” ขึ้น เพื่อเป็นการสร้างสรรค์และสรรหาต้นแบบลายปักจิตรกรรมไทยประเภทต่าง ๆ ใน โครงการปักผ้าไหมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กำหนดระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ มกราคม – มีนาคม พ.ศ. 2544 ปรากฏว่ามีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 177 ราย รวมจำนวน 239 ภาพ คณะกรรมการได้คัดเลือกและตัดสินภาพที่ชนะการประกวด ตามกติการวม 15 ภาพ และคัดเลือกภาพร่วมแสดงนิทรรศการอีก 79 ภาพ อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากศิลปินและคณาจารย์วิจิตรศิลป์ ขอนำผลงานจิตรกรรมเข้าร่วมโครงการ เพื่อถวายเป็นต้นแบบลายปักอีก 17 ราย รวม 17 ภาพ

สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานในการพระราชทานรางวัลแก่จิตรกรที่ชนะ “การประกวดจิตรกรรมบัวหลวง เพื่อมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2544 เวลา 17.00 น. ณ ห้องโกมุท ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่สีลม ด้วยความสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณนี้ นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคาร และผู้มีจิตศรัทธาจำนวน 7 ราย ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินจำนวน 7 ล้านบาท เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัยและในกิจการของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ต่อไป

ภายหลังจากเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ ด้วยความสนพระราชหฤทัยยิ่ง ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินจำนวน 7 ล้านบาทนั้น แก่ นายชาตรี โสภณพนิช เพื่อเป็นทุนประเดิมในการจัดสร้างหอศิลป์ สำหรับใช้เป็นสถานที่แสดงนิทรรศการผลงานดีเด่นของศิลปินไทย โดยเฉพาะงานจิตรกรรม ประติมากรรม และวิจิตรศิลป์ ของจิตรกรรุ่นใหม่ ตลอดจนการสนับสนุนช่วยเหลือจิตรกรไทย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานวิจิตรศิลป์ยิ่ง ๆ ขึ้น

นายชาตรี และมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมกันประชุมปรึกษาหารือเพื่อสนอง พระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณนี้ โดยได้พิจารณาหาสถานที่หลายแห่งที่มีความเหมาะสมสำหรับทำการก่อสร้างหอศิลป์ ในที่สุดได้พิจารณาเห็นว่า ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานผ่านฟ้า น่าจะมีความเหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนสายสำคัญกลางใจเมืองคือ ถนนราชดำเนินกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน จึงมีความสะดวกในด้านการคมนาคม เป็นจุดที่มีผู้คนผ่านไปมามากมายในแต่ละวัน และยังอยู่ใกล้เคียงกับสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ กอปรกับการที่ธนาคารได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบและระบบการทำงานของสาขา รวมทั้งการจัดตั้งสำนักธุรกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทำให้สามารถลดจำนวนพนักงานและขนาดพื้นที่ทำการของสาขาลงได้มาก จึงมีพื้นที่ว่างที่สามารถนำมาปรับปรุงและพัฒนาเป็นหอศิลป์ได้ ธนาคารจึงได้มอบหมายให้ บริษัท นันทวัน จำกัด เป็นผู้พิจารณาออกแบบก่อสร้างดัดแปลงและปรับปรุงอาคารสาขาสะพานผ่านฟ้า ให้มีความทันสมัยสวยงามและเหมาะสมแก่การใช้เป็นหอศิลป์ต่อไป

ภายหลังจากได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท และได้รับพระราชทานพระราชานุญาตแล้ว การดำเนินงานปรับปรุงก่อสร้างหอศิลป์จึงได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2545 และเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยเมื่อต้นปี 2546 หอศิลป์แห่งนี้มี ภูมิทัศน์ที่งดงามโอ่โถงทันสมัย มีโถงต้อนรับและพื้นที่นิทรรศการอยู่ชั้นที่ 1 และมีพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการอีก 3 ชั้น คือ ชั้นที่ 2 ถึงชั้นที่ 4 ส่วนชั้นที่ 5 เป็นห้องทำงาน ห้องวิดีทัศน์ และห้องสำหรับกิจกรรมเอนกประสงค์ นอกจากนี้ที่บริเวณดาดฟ้าชั้นที่ 6 ส่วนหนึ่งยังสามารถจัดทำเป็นที่ซ่อมแซมภาพและกรอบรูปได้ด้วย โดยรวมแล้วมีพื้นที่จัดนิทรรศการและใช้งานประมาณ 3,700 ตารางเมตร นายชาตรีจึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอรับพระราชทานพระราชานุญาต และพระราชวินิจฉัยอีกครั้ง รวมทั้งขอพระราชทานนามของหอศิลป์เพื่อเป็นสิริมงคล ตลอดจนการแต่งตั้งคณะกรรมการหอศิลป์ (Board of Trustees) ด้วย

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามเสนอ ทุกประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสิริมงคลสูงสุดที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้รับพระราชทานนามตามพระนามาภิไธย อีกทั้งยังได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งจะมีผลทำให้การดำเนินงานต่าง ๆ ของมูลนิธิหอศิลป์ฯ สามารถสนอง พระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณสืบไป

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ คณะกรรมการ มูลนิธิหอศิลป์ฯ และเหล่าศิลปินผู้สร้างสรรค์งานจิตรกรรมและประติมากรรมทั้งหลาย ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความจงรักภักดีไว้แทบเบื้องยุคลบาทตราบนิรันดร์กาล

eXTReMe Tracker